เว็บบอร์ด

   
   
Total: 13:               
 
    
บาปที่ทำ ชอบอัพยาอี [No. 0]

สำนึกบาป - บาปที่ทำ ชอบอัพยาอี

 

ทำไมถึงชอบอัพยาล่ะ  คิดว่านั่นคือความสนุก  สนุกยังไง คือการได้แต่งตัวออกไปเที่ยวกลางคืนตามสถานที่ต่างๆ มี แสง สี เสียง ไม่ต้องนอนอยู่บ้านน่าเบื่อ สูบบุหรี่ พูดคุยกะคนรู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง เดี๋ยวก็รู้จักกันไปเองในกลุ่มพวกที่อัพยาด้วยกัน แล้วก็พากันไปเที่ยวที่โน่นที่นี่ไปจนเช้าตามสถานบันเทิงดังๆทั่วไป หรือบางทีก็อัพไปเต้นไป ในสถานที่ที่ไปเปิดปาร์ตี้กัน เช่นห้องสูทตามโรงแรมต่างๆ คอนโดเพื่อนๆ และบ้านเพื่อนที่จัดห้องใต้ดินไว้เพื่อปาร์ตี้โดยเฉพาะ และปาร์ตี้ทุกคืนหรือข้ามวันข้ามคืนไม่มีวันหยุด เพราะมีแต่คนขี้เหงา และว่างงาน และมีตังค์ พอที่จะทำได้ แต่ดิฉันไม่ชอบกินเหล้า มีกินค๊อกเทลบ้าง ไวน์บ้าง แต่ไม่กินเหล้า ก็สิ่งมึนเมาทั้งนั้นอ่ะค่ะที่พูดมาทั้งหมดเนี่ย และชอบสูบบุหรี่และติดจนเลิกไม่ได้

 

ทุกข์โทษที่ได้รับ คือ

เสพมากจนประสาทหลอน คนที่เคยกินยาอี(พวกเราจะไม่เรียกยาอีว่ายาอีเราจะเรียกมันว่าขนม เช่นกินหนมม๊ะ มีหนมป่ะ) หรือสารเสพติดตัวอื่น เช่น ยาเค ไฟว์ไฟว์ แล้วก็โคเคน ก็จะรู้ว่า มันอยากฟังเพลง ฟังเพลงเพราะกว่าคนปกติธรรมดาที่ไม่ได้กินยาพวกนี้ และเพลงที่ฟังก็จะมีแนวเป็นเฉพาะซึ่งคนปกติเขาไม่ฟังกันหรอก และจะชอบแดนซ์ซ์มากๆ แด๊นซ์ข้ามวันข้ามคืนก็ทำได้ (สังเวชตัวเองว่ะ)

ประสาทหลอน หลอนยังไง  ผีหลอกบ้าง กลัวผีมากๆ คิดว่ามีคนคอยสะกดรอยตามบ้าง คิดว่ามีเครื่องดักฟังที่โทรศัพย์บ้าง คิดว่าที่บ้านมีกล้องแอบติดไว้บ้าง ใครมองเราก็ไม่ได้คิดไปต่างๆนาๆ หวาดระแวงตลอดเวลา (เพราะแอบสามีไปเที่ยว ไปทำความชั่ว กลัวสามีสั่งคนติดตาม) มีเพื่อนบางคนเล่าให้ฟังว่าบางทียืนอยู่ก็กระโดดหลบเพราะเห็นคนจะเอาปืนมายิง ฟังแล้วขำหัวเราะกันครื้นเครง และดิฉัน เคยอาการหนักจนต้องพาตัวเองเข้าไปพักอยู่ที่โรงพยาบาล เพราะคิดว่าที่โรงพยาบาลเป็นที่ปลอดภัย ต้องเสียเงินค่านอนคืนละน่าจะ5,000บาทถ้าจำไม่ผิด พี่ภคภาส ยังเคยไปเยี่ยมเลย หมอก็ให้กินยาฉีดยา นางพยาบาลเดินตามตลอด24ชม.จนอาการดีขึ้น แต่ก็ต้องกินยาไปตลอดชีวิต เพราะหลังจากออกจากโรงพยาบาล ก็ยังอยากกินยาอีตลอด แต่สามีจะคอยกีดกันไว้ แต่เผลอเมื่อไหร่ก็หนีออกไปกินอีกเป็นอย่างนี้เสมอมา  จึงเป็นที่มาของโรคหวาดระแวงไม่รู้จักหายเพราะต้องแอบซ่อนความผิดเอาไว้ และมีโรคซึมเศร้าแถมมาอีกจนป่านนี้ก็ยังไม่หายดี เพราะบางทีก็อยากตายขึ้นมาเฉยๆเพราะความเบื่อชีวิต ชีวิตไม่มีความสนุกเลย อยากตายๆๆๆๆๆๆๆๆ  หมอก็รักษาด้วยยาต้านเศร้าชนิดต่างๆ  คนที่กินยาอีคือมันแฮปปี้ สนุกสนามมาก โลกมันสวย สนุกดี มันไม่ดีก็มองเป็นดีได้ คนที่เราเกลียดตอนอัพยามันก็ไม่ค่อยเกลียด เกิดความรักคนนั้นคนนี้ รักกันรักกันมั่วไปหมด รักแบบไม่มีเหตุผล รักกันเข้าไป ตอนยาออกฤทธิ์นะ พอเต้นข้ามวันข้ามคืนแล้วยาหมดฤทธิ์แล้ว หมดแรงนอนหลับยาว ข้าวไม่ต้องกินเพราะไม่มีความหิว ผอมจนเหลือแต่กระดูก แต่ก็คิดว่าสวยอีก 

สาเหตุที่เลิกกินยาอีได้เพราะ หมอบอกว่าถ้าไม่เลิกหมอจะส่งไป รพ.ศรีธัญญาเพราะ รพ.บำรุงราษฏร์เอาไม่อยู่แล้ว และเพื่อนสนิทเห็นเราแย่แล้วคงไม่อยากให้เรากินอีก เพื่อนก็กีดกันไม่ให้โอกาสเรากินแล้วคิดว่าอย่างนั้นนะ  ไม่ได้อยากเลิกกินเองโดยสมัครใจ หรอกค่ะ มันติดยา มันติดใจ อยู่อย่างนั้น

สรุปทุกโทษ์ที่ได้รับคือ โรคจิต  ซึมเศร้าอย่างแรง เพราะกินยาทุกวันติดต่อกันเป็นระยะเวลาหลายเดือน พอหยุดยากระทันหัน ความสนุกสนานต่างๆจบลงแบบกระทันหัน อาการถอนยาสำแดงทันที คือซึมเศร้า อยากไปเที่ยว ชีวิตน่าเบื่อเหลือเกิน จะอยู่ในโลกนี้ไปทำไม และอยากตาย นอนหลับพอตื่นขึ้นมาก็อยากตายทันที ไม่อยากตื่น กินยาหมอก็หลับ

ตื่น4โมงเย็นทุกวัน ตื่นมาก็จะมืดอีกแล้ว ไม่มีเวลาได้ทำอะไรเลยก็ยิ่งเบื่อชีวิตมากเข้าไปอีก(โชคดีที่สามีเลี้ยงดี ชอบให้นอนมากๆชอบให้นอนตื่นสายๆ วันไหนตื่นมาเช้าๆสามีก็จะถามว่าตื่นทำไมนอนอีกนอนอีกสิ หรือ อยากทำอะไรก็ทำไม่อยากทำอะไรก็ไม่ต้องทำ) ชีวิตมีแต่กินกะนอนจนอ้วนเป็นตุ่ม ก็มีความกลุ้มใจเพราะอยากผอมอีก ทุกข์ทรมานไม่สิ้นสุด ใครที่อยากผอมจะรู้สึกถึงข้อนี้ดี พออยากผอมหมอก็จัดยาแบบต้านเศร้าด้วยรักษาความอ้วนด้วยก็เลยไปกันใหญ่ หมอก็เอาใจคนไข้อ่ะค่ะ

ยาที่หมอจัดให้ดิฉันขอเรียกว่ายาโลกสวยนะคะ เพราะกินแล้วโลกมันสวยจริงๆ สวยหวาน จนดิฉันติดยาหมออีก พอกินไปได้ซักพักก็มีความคิดว่า นี่เราเลิกติดยาอีแต่กลับมาติดยาหมอแทนหรือนี่ เลยหยุดกินยาหมอเอง ยาอีกะยาหมอ หยุดกินเมื่อไหร่อาการถอนยาก็เกิดเหมือนกัน ประสาทหลอนอีกเหมือนเดิม จนดิฉันกลัวมากจนไม่กล้าหยุดยาหมอเลยช่วงหลัง ก็จำใจกินไปอย่างนั้น แต่ก็แฮปปี้ดีอ่ะค่ะที่ได้กินยาไม่ต้องมานั่งกลัวว่าจะหลอนเมื่อไหร่  ประสาทเจ๊งไปหมดแล้ว หมอกู้กลับมาโดยการให้กินยาโลกสวย แต่ความจำก็แย่ตามไปด้วย จำอะไรไม่ค่อยได้ สมองช้า คิดไรไม่ค่อยออก  ลืมสิ้นทุกสิ่งอย่าง ลิ้นแข็งพูดอะไรก็ไม่ค่อยจะออก กว่าจะนึกคำพูดออกและเปล่งเสียงออกมาได้แต่ละคำลำบากยิ่งนัก พูดแต่คำว่า แล้วก็ แล้วก็ แล้วก็ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ซ้ำอยู่แค่นั้น เพราะพูดอะไรไม่ออกจริงๆ จนเพื่อนล้อ และ ขี้ตกใจมากๆเวลาสามีพูดเสียงดังก็จะตกใจ  จะตกใจง่ายๆ

และความกลัวสิ่งต่างๆรอบๆตัวก็ปรากฏกกับดิฉันตลอดมานับแต่บัดนั้น กลัวทุกอย่าง ไม่กล้าแม้แต่จะข้ามถนนคนเดียว ไม่กล้าแม้แต่จะเดินตลาดคนเดียว ตลาดอยู่ใกล้บ้านนิดเดียวแต่ไม่กล้าไปไม่รู้ว่าที่ตลาดเขาขายอะไรกันด้วยซ้ำ กลัวถูกกระชากกระเป๋า กลัวมิจฉาชีพมาแต้มยา กลัวผี กลัวความมืด แม้คนแปลกหน้าจะมาพูดด้วยก็มองเขาไม่ดีไว้ก่อน ระแวงไว้ก่อนเสมอ กลัวเขาจะมาทำสิ่งไม่ดีต่างๆเหมือนตามหน้าหนังสือพิมพ์ ก็เลยไม่สนใจไม่คิดจะพูดจากะคนอื่นๆที่พบเจอ

ธรรมะหรือการณ์รู้แจ้งเห็นจริงอะไรที่พิจาราณาแล้วไม่สามารถกลับไปทำบาปได้อีก

ดิฉันรู้จักร่างกายตามความเป็นจริงว่ามันเป็นของสกปรก อุดมด้วยสิ่งที่เรียกว่าปฏิกูล เน่าเหม็น และหล่อเลี้ยงด้วยสิ่งที่เป็นปฏิกูลเข้าไปอีก ไปเน่าไปเหม็นอยู่ในร่างกายของเราอีก  ทั้งที่ร่างกายมันสกปรกเน่าเหม็นและไม่คงที่อยู่เป็นปกติแล้ว และร่างกายมันไม่ใช่ของเรา มีแต่จิตเท่านั้นที่นำพาร่างกายไปทำสิ่งชั่วที่พูดมาแล้วข้างต้นและดิฉันประสบความทุกข์ทรมานมานับเวลายาวนานหลายปี  จิตดวงนี้ที่เป็นบาป ที่หลงผิด คิดว่านั่นคือความสนุกสนาน มันคือความโง่โดยแท้ หลงผิดคิดว่าร่างกายสวย ถ้าร่างกายเป็นของสวยจะแต่งหน้าทาปากกันเข้าไปอีกทำไม จะประดับประดาด้วยเพชรทองอีกทำไม แต่งตัวประดับประดาร่างกายมากมาย แล้วออกไปทำความชั่ว

ปาร์ตี้ยา มีกิ๊ก  พูดจาเพ้อเจ้อโดยคิดว่าสนุกสนาน โรคจิตที่เป็นก็เป็นความหลงผิดทั้งสิ้น หวาดระแวงก็เพราะว่าแอบหนีสามีไปเที่ยวตอนสามีไปต่างประเทศ พออยู่ต่อหน้าสามีก็ทำตัวดีเรียบร้อยน่ารักอยู่ในโอวาสพอลับหลังก็ออกไปแรด ทั้งโง่ทั้งแรด เพราะกลัวสามีจะส่งคนติดตาม อาการหวาดระแวงก็ไม่เคยหายไป เพราะทำแต่ความชั่ว เหมือนโจรระแวงว่าตำรวจจะมาจับ  โรคจิตที่ซึมเศร้าก็เพราะจิตมันไม่รู้จักความสุขที่แท้จริงว่ามันเป็นยังไง คิดว่าฟังเพลงแล้วแดนซ์คือความสุข และหลงว่าความชั่วที่ทำมาทั้งหมดคือความสุข ซึ่งความสุขที่แท้จริงคงจะเป็นความสว่างความเงียบความสงบมากกว่า ไม่ใช่ความมืดและแสงไฟสาดส่อง หรือ เสียงเพลงดังสนั่นที่ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แม้แต่เนื้อเพลงที่ฟังก็ทำจิตใจเศร้าหมองมากแค่ฟังนิดเดียวก็ไม่อยากจะฟังอีกต่อไป รู้สึกว่ามันช่างโง่สิ้นดีนั่งฟังสิ่งทำให้จิตเศร้าหมองพวกนี้ เพราะธรรมดาจิตมันก็เศร้าหมองอยู่แล้วจะไปซ้ำเติมจิตอีกทำไม แต่ก็มีบางเพลงนะที่ฟังแล้วเข้าที รักแท้ยังไงของน้ำชาอ่ะค่ะ  ฟังเพลงนี้จิตก็เข้าใจทันทีเลยว่า ใช่ ! รักแท้ที่คนเขารักกันที่อะไร รักกันที่ตับ ไต ไส้ พุงน่ะเหรอหรือที่อวัยวะชิ้นอื่น ไม่เห็นจะมีชิ้นไหนน่ารักเลย ทุเรสทุกชิ้นเลย รักได้ยังไง ถ้า รักกางเกงที่นุ่งว่าดูสวยดี ถ้า รักยี่ห้อรถยนต์ ก็ไม่ใช่รักที่เราเป็นเราอีกนั่นแหล่ะ  ทุกอย่างที่ผ่านมาเราหลงทุกสิ่งอย่าง หลงสิ่งสมมุติ และโรคจิตที่อยากตาย ท่านอาจารย์สอนว่า เบญญา เธอไม่ได้อยากตายนะแต่เธอไม่อยากเกิดมากกว่า ไม่อยากเกิดมาเจอสิ่งสมมุติทั้งหลายแหล่ ไม่ต้องมาทุกข์ทรมานที่มีร่างกายเน่าเหม็นหล่อเลี้ยงด้วยปฏิกูลเช่นนี้อีก ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานทำสิ่งเดิมๆน่าเบื่อทุกวันเช่นนี้อีกและท่านอาจารย์ก็สอนหลักสูตรที่ทำให้ไม่ต้องมาเกิดตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงแสดงไว้แล้ว ตามคำสอนต่างๆมากมายที่พระอริยสงฆ์เจ้าทั้งหลายและท่านอาจารย์เองก็เทศน์สอนลูกศิษย์ไว้มากมายเหมือนกัน

          ถามว่าแม้ท่านอาจารย์จะแนะนำชี้ทางแล้วใช่ว่าความอยากตายของดิฉันจะหายไปเลยก็ไม่ แต่ก็บรรเทาไปมากเมื่อพิจาราณาอย่างอื่น และมองดูความทุกข์ในจิตใจตอนนั้นว่าเรามีความทุกข์เรื่องใด และทำบุญให้ทาน สวดมนต์ไหว้พระรักษาศีลควบคู่ไปด้วย  รวมทั้งไม่อคติ ไม่เพ่งโทษผู้อื่น และดูความผิดของตัวเองที่เคยทำมา  แต่มองเห็นความผิดชั่วของตัวเองที่ทำไว้แล้วก็เคยอยากตายมากเลยค่ะ เพราะไม่เคยรู้จักความดี ความสวย ความหอม ความสะอาด ความสุข ความบริสุทธิ์ ไม่เคยรู้จักมาก่อนอ่ะค่ะ พอได้รู้จักบ้างแล้ว เมื่อเห็นความผิด ความสกปรก ความชั่วที่เคยทำมา ก็ไม่อยากจะมีชีวิตต่อไปแล้วอ่ะค่ะ รู้สึกว่ามันสกปรกเหลือเกิน บาปเหลือเกิน เราจะทนสภาพเป็นคนที่มีความผิดติดตัวอยู่อย่างนั้นได้อย่างไรกัน

หนูอยากจะกราบแทบเท้าท่านอาจารย์แต่ก็ไม่เคยทำซักที เขิลลล์  ความชั่วขยันทำได้ทุกวันไม่เขิลล์ แต่ความดีไม่กล้าทำ  เลวบริสุทธิ์

          เพราะชีวิตทั้งชีวิต 40 ปี ที่ผ่านมาทำความผิด บาป ชั่ว มาตลอดทั้งรู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้าง บางทีรู้ว่าผิด ตามหนังสือพระที่เคยอ่าน แต่ก็ฝืนๆทำผิดไปซะอย่างงั้น คิดว่าไม่เป็นไรมั้ง ใครๆเขาก็เป็นแบบนี้กันนี่นาในสังคมที่ดิฉันใช้ชีวิตอยู่ เมื่อคิดย้อนกลับไปเศร้าใจ ทุกข์ทรมานใจเหลือเกิน ไม่อยากจดจำสิ่งพวกนั้น แต่ท่านอาจารย์สอนให้มองดูความผิด ก็ไม่อยากดูอ่ะค่ะ มันน่าละอาย เหลือเกิน

By : จันทร์แรม ค่ะ!!  email  (อ่าน 27453 | ตอบ 14)  (15/12/2553 22:38:16)
ความคิดเห็นที่ 1

ผมขออนุโมทนาในความตั้งใจที่คุณจันทร์แรมได้พยายามถ่ายทอดประสบการณ์ที่คุณจันทร์แรมเคยกระทำมา และเล่า "ทุกข์โทษ" ที่ได้รับ จนผมพอจะเห็นภาพว่า เป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตาม เท่าที่ผมทราบ น้อยคนนักที่เมื่อติดยาอีแล้ว จะสามารถเลิก และนำเรื่องจริงเหล่านี้มาถ่ายทอดได้ ถ้าหากคนนั้นๆ ไม่ได้ "รู้หรือเห็นความเป็นจริงบางอย่าง" ครับ

By : เต่าน้อย  email  (15/12/2553 23:38:47)
ความคิดเห็นที่ 2

ดีใจที่ได้เห็นคุณจันทร์แรมเปลี่ยนไป คุณจันทร์แรมเมื่อสิบปีก่อนที่ผมรู้จัก ขอบอกว่าหมั่นไส้สุด ๆ สวยก็สวยอยู่ แต่หยิ่งผยอง ดัดจริต แต่งตัวเก่ง วันวันไม่ต้องทำอะไร ช็อปปิ้งเป็นอาชีพหลัก ว่างไม่ได้ต้องอยู่หน้าคอมแชทจนไม่หลับไม่นอน ใช้แต่ของแพง ๆ โอ่อ่าหรูหรา โลภมาก สะสมเพชรทองเต็มบ้าน นาฬิกาเรือนละแปดเก้าแสนเป็นล้านยังเคยซื้อมาใส่เลย ขี้เหนียวมาก บ้า ๆ บอ ๆ พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง เพื่อนสนิทของคุณจันทร์แรมบอกกับผมว่าพี่เก่งมากที่พาคุณจันทร์แรมมาเข้าธรรมะได้ แทบไม่อยากเชื่อว่าคุณจันทร์แรมจะมาเข้าทางนี้ได้ (จริง ๆ แล้วไม่ใช่ผมแต่เป็นเพราะตัวคุณจันทร์แรมเองต่างหากที่ตั้งใจจริงและมีบุุญที่ได้มาเจอครูบาอาจารย์)

ก็ขออนุโมทนากับคุณจันทร์แรมด้วยกับชีวิตที่เปลี่ยนไป รวมทั้งอีกหลายชีวิตในครอบครัวของคุณจันทร์แรมที่ได้เห็นความเปลี่ยนไปของคุณจันทร์แรมในทางที่ดีขึ้นและอีกหลายคนในครอบครัวคุณจันทรแรมที่กำลังหันมาเดินตามเส้นทางใหม่ที่คุณจันทร์แรมกำลังเดินอยู่ ดีใจด้วยจริง ๆ นะครับ

By : สมมุติ  email  (06/01/2554 23:56:16)
ความคิดเห็นที่ 3

ว้าว ขอบคุณค่ะอ่านเรื่องที่เป็นธรรมทานของคุณแล้วต้องร้อง ว้าว คุณเขียนได้ดีมากถ่านทอดอารมณ์ทุกข์ที่คุณมีได้อย่างที่คนอ่านอย่างดืฉันคิดตามเรื่อง ที่คุณได้ถ่ายทอดเหมือนในละครเลยค่ะ   สามีคุณเป็นคนดีมากค่ะ คนดีหายากค่ะ ขออนุโมทนากับคุณด้วยน่ะค่ะที่ได้เจออาจารย์ขจรและธรรมดีๆ ขอบคุณที่ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆให้เป็นธรรมทานแก่คนอี่นๆ เรื่องของคุณมีประโยชน์มากค่ะ (SP)

By : SP  email  (27/01/2554 16:41:38)
ความคิดเห็นที่ 4

ผมอ่านบทความของคุณแล้วรู้สึกดีใจและอนุโมทนาเป็นอย่างสูง  กว่าจะเรียนรู้ธรรมะแล้วฝึกปฏิบัติตามคำสอนของท่านอาจารย์ ทวนกระแสความอยาก มองความผิดตนเองอยู่เสมอ มุ่งมั่นกำหนดลมเข้าออก จนเข้าสู่กระแสแห่งความดี ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีได้  การเปลี่ยนครั้งนี้จะทำไม่ได้ถ้าหากคุณขาดผู้แนะนำ สั่งสอน ที่แท้จริง ใช่ไหมครับ  และยิ่งกว่านั้นคุณก็ปฏิบัติจริงเช่นที่ผมอ่านมามันย่อมต้องมีผลแน่นอน ขอกราบบูชาท่านอาจารย์และอนุโมทนาคุณด้วยความจริงใจ

คนเดินความดี

By : Suebsak Klinhom  email  (11/02/2554 16:17:46)
ความคิดเห็นที่ 5

ขอบพระคุณมากๆจริงๆครับ

By : หัวเลี้ยวหัวต่อ  email  (07/12/2554 00:45:11)
ความคิดเห็นที่ 6

อยากรู้จักกับเจ้าของบทความนี้มากๆๆๆ เราอ่านแล้วเหมือนอ่านชีวิตเราเลย

เราก็ผ่านชีวิตมาเหมือนคุณเลย เราอยากทำความรู้จักมากๆ เลยครับ

อย่างไร หากยินดีทีี่จะเป็นเพื่อนกัน เมล์มาคุยกับเราได้มั้ยครับที่

เอฟอาร์อีอีดีโอเอ็มเก้าศูนย์ศูนย์@ฮ็อดเมล์.ซีโอเอ็ม. เราจะรอนะครับ

By : dc191  email  (26/07/2555 18:40:26)
ความคิดเห็นที่ 7

พอผมมาดูอายุแล้ว ผมต้องเรียกคุณจันทร์แรมว่าพี่แล้วละมั้ง พี่เปลี่ยนแปลงความคิดตัวเอง

ได้มากขนาดนี้ จากอดีตที่พี่เล่ามา ผมถือว่าพี่เก่งมากครับ การเริ่มต้นใหม่มีได้ทุกวันนะครับ

ขอแค่มีกำลังใจที่ดี การมีเวลาว่างมากไป อาจนำพาให้เราไปทำสิ่งที่ไม่ดี ที่ไม่เป็นสาระอะไร

แก่ ชีวิตได้ง่ายๆ แต่ในทางกลับกัน เมื่อเจอกับปัญหา การใช้เวลาว่างๆ มาพิจารณาไตร่ตรอง ทบทวนถึงการกระทำที่ทำไปอดีต อยู่กับตัวเองมากๆ ก็ได้ความสงบ เรียกสติตัวเองกลับมาได้เช่นกัน

ผมอยากจะคิดได้เหมือน อย่างพี่จัง แต่ยังทำไม่ได้ ยังไม่เข้าถึงธรรมะได้ถึงขนาดนั้น แต่ก็คิดได้แล้วว่า จากนี้ไปต้องทำอย่างไรกับชีวิต เพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่กลับไปหลงผิด

แต่อาการซืมเศร้า ผมก็เป็นอยู่บ่อยๆ ครับ เวลาท้อขึ้นมา ไม่มีกำลังใจ ก็คิดแต่เรื่องตาย

อยู่ ในหัววนเวียนตลอด ผมก็ต้องพยายามห้ามจิตที่ไม่ดีนั้น ให้คิดว่ามันคือผลข้างเคียงที่เราเคยใช้ยา ไม่ใช่ตัวเราเอง ๆ ๆ ย้ำๆๆ อยู่บ่อยๆ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า จะแพ้ภัยวันไหน

 

ช่วงที่ ผมใช้ยา ผมก็จะใ้ช้คู่กันตลอดครับ กินหนมตบด้วยน้ำเสมอ ถามว่าติดทางร่างกายไหม คงไม่นะครับ แต่ติดใจมากกว่า ต้องมีใช้ตลอด แต่ีกว่าจะคิดเลิก ก็ต้องเข้าโรงบาล

ไปก่อน เพราะใช้เกินขนาด ตอนนั้นทานอะไรไม่ได้เลย ออกหมด แม้แต่น้ำเปล่าก็ยังออก จน ต้องให้น้ำเกลืออยู่ 2 วัน และกลับมาพักฟื้นต่อที่บ้าน มานั่งคิดดูแล้ว หมดเงินไปกับการหายามาเสพ การเที่ยวไปไม่น้อยเลย ยังต้องมารักษาตัวเองอีก ไม่มีผลดีอะไรเลยนะครับ

ช่วงแรกๆ ต้องปรับตัวกับพอสมควรเลย ไม่ค่อยรู้วันรู้คืน กินอยู่หลับนอนไม่เป็นเวลาเลยครับ และต้องมากังวลกับอาการหลอนต่างๆ นานา มีช่วงหนึ่ง เวลาจะข่มตาหลับประมาณตี 1-2 จะมีใครก็ไม่รู้ จะวิ่งออกมาจากประตูห้องน้ำ ถือขวานมาจะทำร้ายผม ไม่เป็นอันหลับอันนอนกับเลย ต้องลืมตาเฝ้าตลอด เวลาทำท่าจะหลับได้ ก็ออกมาอีก ก็ประมาณนี้อะครับ กับอาการหลอนของผม แต่ระยะหลัง ไม่ค่อยมีแล้ว แต่มีผลข้างเคียงเรื่องการพูด

เหมือนที่พี่เล่ามา แต่ผมจะติดเป็นบางคำ อย่างเช่น อะ...ไร เท่า..ไหร่ ส..วัสดีครับ ฯลฯ

แต่ก็ต้องพูดช้า แล้วมีผลกับอารมณ์ด้วยครับ ก็คร่าวๆ นะครับ

 

พอผมได้อ่านบทความของพี่ ผมจึงอยากรู้จักกับพี่มากเลย เหมือนเจอเพื่อนสนิท

อารมณ์ นั้นเลยครับ คือไม่ค่อยมีใครเข้าใจกับผลข้างเคียงต่างๆ แต่คนที่ผ่านอะไรมาเหมือนๆกัน พอจะเข้าใจกันได้ อย่างไรผมคงได้มีโอกาสรู้จักพี่นะครับ.

By : dc191  email  (26/07/2555 19:40:43)
ความคิดเห็นที่ 8

วันนี้ตื่นเช้ามา อากาศสดใส ทั้งๆ ที่หากเป็นเมื่อก่อน เวลานี้ยัังไม่ได้นอนเลย

เลยตั้งใจจเข้ามาะบอกอะไรพี่เพิ่มเติมสักหน่อย เพราะนึกถึงช่วงที่พี่บอกไว้ว่า

"แม้ คนแปลกหน้าจะมาพูดด้วยก็มองเขาไม่ดีไว้ก่อน ระแวงไว้ก่อนเสมอ กลัวเขาจะมาทำสิ่งไม่ดีต่างๆเหมือนตามหน้าหนังสือพิมพ์ ก็เลยไม่สนใจไม่คิดจะพูดจากะคนอื่นๆที่พบเจอ"

ผม จึงอยากบอกกับพี่ว่า พี่ไม่ต้องกลัวอะไรผมนะครับ ไม่ต้องระแวงอะไรทั้งนั้น คิดซะว่าผมเหมือนน้องชายพี่คนนึงก็แล้วกัน ไม่อยากให้พี่คิดแบบนั้น ผมเข้าใจดีนะครับว่า  สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งกระบวนการความคิดต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป ล้วนแล้วเกิดจากยาที่พี่เคยใช้สะสมมา บางอย่างอาจดูแปลกไปสำหรับคนทั่วไป 

แต่ ถ้าเรายิ่งกังวลอะไรมาก ก็ยิ่งเครียดกันไปใหญ่นะครับ ผมเองพยายามจะลืมอดีตที่ไม่ดีต่างๆ ให้ได้ แล้วมองแต่ปัจจุบัน กับข้างหน้า การที่เราตัดอดีตไม่ได้ ทำให้เราเป็นทุกข์อยู่ตลอดเวลาน่ะครับ จมปักอยู่กับอดีตที่เลวร้าย ย้ำคิดๆอยู่อย่างนั้น แล้วพี่จะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไร พี่ต้องพยายามน่ะครับ พยายามลืมอดีตที่ไม่ดีให้ได้ และตั้งเป้าหมายใหม่ในชีวิต หาวันหรือเวลาใด เพื่อตั้งใจที่จะเริ่มนับ 1  แล้วพูดกับตัวเองให้ได้ว่า จากวันนี้ไป ฉันจะเป็นคนใหม่ ฉันจะไม่ดูถูกตัวเอง จะนับถือตัวเอง เคารพตัวเอง และศรัทธาในตัวเอง สิ่งไม่ดีในอดีต ทำให้เราหมดความนับถือตัวเอง เคารพตัวเอง โทษตัวเอง จิตใจก็ยิ่งอ่อนแอ ท้อ สิ้นหวัง หมดกำลังใจ ฯลฯ ต่างๆนานา ผมก็เคยผ่านช่วงนั้นมานะครับ แต่พอเรามานั่งคิด หากเป็นอย่างนี้ต่อไป ชีวิตคงแย่แน่ๆ หากจิตแข็มแข็ง กำลังใจต่างๆ ก็มาเองครับ แต่ก็ใช่ว่าผมจะลืมได้หมดนะครับ บางครั้งก็มีแวบๆเข้ามาบ้าง แต่ผมจะใช้สติ แล้วเอามันออกไป ไม่ตอบสนองความคิดไม่ดีนั้น แต่บางครั้งก็เผลอเหมือนกัน ปล่อยให้จิตมันล่องลอยไปตามความคิดไม่ดีนั้น อารมณ์เดิมๆ ก็กลับเข้ามา ก็รู้สึกตัว ก็เรียกสติกลับมา เป็นอยู่อย่างนี้บ่อยๆ ผมคิดว่า กำลังใจจากคนรอบข้าง มีส่วนสำคัญไม่น้อยเลยนะครับ มันมีพลังมหาศาล ที่จะเปลี่ยนแปลงคนคนนึง จากหน้ามือเป็นหลังมือได้ พี่ต้องหากำลังใจให้ตัวเองเสมอๆ จิตแข็งแข็งด้วย มีเรี่ยวแรง ที่จะเดินหน้าต่อไปได้ เป็นกำลังใจให้พี่นะครับ และหวังว่าเราคงมีโอกาสได้คุยกันมากกว่านี้นะครับ

By : dc191  email  (27/07/2555 06:15:45)
ความคิดเห็นที่ 9

****** (แก้ไขตัวอักษรให้ใหญ่กว่าด้านบน เพราะอ่านยาก) ***********

"แม้ คนแปลกหน้าจะมาพูดด้วยก็มองเขาไม่ดีไว้ก่อน ระแวงไว้ก่อนเสมอ กลัวเขาจะมาทำสิ่งไม่ดีต่างๆเหมือนตามหน้าหนังสือพิมพ์ ก็เลยไม่สนใจไม่คิดจะพูดจากะคนอื่นๆที่พบเจอ"

ผม จึงอยากบอกกับพี่ว่า พี่ไม่ต้องกลัวอะไรผมนะครับ ไม่ต้องระแวงอะไรทั้งนั้น คิดซะว่าผมเหมือนน้องชายพี่คนนึงก็แล้วกัน ไม่อยากให้พี่คิดแบบนั้น ผมเข้าใจดีนะครับว่า  สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งกระบวนการความคิดต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป ล้วนแล้วเกิดจากยาที่พี่เคยใช้สะสมมา บางอย่างอาจดูแปลกไปสำหรับคนทั่วไป 

แต่ ถ้าเรายิ่งกังวลอะไรมาก ก็ยิ่งเครียดกันไปใหญ่นะครับ ผมเองพยายามจะลืมอดีตที่ไม่ดีต่างๆ ให้ได้ แล้วมองแต่ปัจจุบัน กับข้างหน้า การที่เราตัดอดีตไม่ได้ ทำให้เราเป็นทุกข์อยู่ตลอดเวลาน่ะครับ จมปักอยู่กับอดีตที่เลวร้าย ย้ำคิดๆอยู่อย่างนั้น แล้วพี่จะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไร พี่ต้องพยายามน่ะครับ พยายามลืมอดีตที่ไม่ดีให้ได้ และตั้งเป้าหมายใหม่ในชีวิต หาวันหรือเวลาใด เพื่อตั้งใจที่จะเริ่มนับ 1  แล้วพูดกับตัวเองให้ได้ว่า จากวันนี้ไป ฉันจะเป็นคนใหม่ ฉันจะไม่ดูถูกตัวเอง จะนับถือตัวเอง เคารพตัวเอง และศรัทธาในตัวเอง สิ่งไม่ดีในอดีต ทำให้เราหมดความนับถือตัวเอง เคารพตัวเอง โทษตัวเอง จิตใจก็ยิ่งอ่อนแอ ท้อ สิ้นหวัง หมดกำลังใจ ฯลฯ ต่างๆนานา ผมก็เคยผ่านช่วงนั้นมานะครับ แต่พอเรามานั่งคิด หากเป็นอย่างนี้ต่อไป ชีวิตคงแย่แน่ๆ หากจิตแข็มแข็ง กำลังใจต่างๆ ก็มาเองครับ แต่ก็ใช่ว่าผมจะลืมได้หมดนะครับ บางครั้งก็มีแวบๆเข้ามาบ้าง แต่ผมจะใช้สติ แล้วเอามันออกไป ไม่ตอบสนองความคิดไม่ดีนั้น แต่บางครั้งก็เผลอเหมือนกัน ปล่อยให้จิตมันล่องลอยไปตามความคิดไม่ดีนั้น อารมณ์เดิมๆ ก็กลับเข้ามา ก็รู้สึกตัว ก็เรียกสติกลับมา เป็นอยู่อย่างนี้บ่อยๆ ผมคิดว่า กำลังใจจากคนรอบข้าง มีส่วนสำคัญไม่น้อยเลยนะครับ มันมีพลังมหาศาล ที่จะเปลี่ยนแปลงคนคนนึง จากหน้ามือเป็นหลังมือได้ พี่ต้องหากำลังใจให้ตัวเองเสมอๆ จิตแข็งแข็งด้วย มีเรี่ยวแรง ที่จะเดินหน้าต่อไปได้ เป็นกำลังใจให้พี่นะครับ และหวังว่าเราคงมีโอกาสได้คุยกันมากกว่านี้นะครับ

 

By : dc191  email  (27/07/2555 06:39:39)
ความคิดเห็นที่ 10

ขอบคุณนะคครับที่เอาประสบการณ์ชีวิตที่ไม่น่าเล่ามาเล่าให้ฟัง   อยากจะบอกว่ามันเป็นประโยชน์มากนะครับ   สิ่งไม่ดีที่พี่ผ่านมาแล้ว วันนี้ผมได้อ่านเรื่องราวทั้งหมด ผมเกิดความกลัวในยาเสพติดขึ้นมาเลย เพราะชีวิตผมเดินมาคล้ายๆทางเดียวกับพี่ แต่ผมไม่ได้มีเงิน แต่ผมมีเพื่อนที่สามารถพาผมไปเมายาพวกนี้ได้ บอกเลยครับ วันนี้ทำให้ผมหยุดไปได้อีก1ยา เพราะที่ผ่านมาผมกินมันทุกคืน(ในคืนที่ออกไปเที่ยว) เพราะรู้สึกไม่ได้กินแล้วมันไม่สนุก   มันจริงอย่างที่พี่ว่าจริงๆ แต่สำหรับผมยาเสพติดไม่สามารถครอบงำผมได้ เพราะใจผมมีเหตผลพอที่จะคุยกะตัวผมเอง ไม่เล่นจนมันสิงร่างกายเราครอบงำเรา เท่านั้นพอ เรียนจบ ทำงานก็ต้องเลิกลา ขอบพระคุณมากนะครับสำหรับประสบการณ์เตือนสติ  ขอให้คุณหายในเร็ววันนะครับ ผมเป็นกำลังใจ ติดได้ก็เลิกได้ เพราะก่อนที่เราจะติดมัน เราก็ไม่ได้เล่นมันมาก่อน ฉะนั้นผมเป็นกำลังใจให้

By : แป้งครับ  email  (26/02/2557 17:52:05)
ความคิดเห็นที่ 11
ขอบคุณครับที่มาบอกกันผมก็มีคนที่รักมีอาการแบบนี้
By : กฤศ  email  (03/06/2559 08:09:59)
ความคิดเห็นที่ 12

ขออนุญาติเอาไปโพสต์นะค่ะ ถือว่าได้ช่วยเหลือคนอื่นๆที่ยังเพิ่งเริ่มเล่น และคิดจะลอง ที่ยังไม่ถึงขนาดติดหนักได้รับรู้ผลของการออกฤทธิ์ยา ตอนแรกเล่นไปสนุกสนานค่ะ แต่พอใช้นานๆก็คล้ายอาการแบบที่พี่บอก แต่ของน้องยังดีที่ไม่เคยคิดที่จะร้ายตัวเองเรย ขอบคุณข้อมูลนะค่ะ 

By : Bonus020304  email  (08/06/2560 19:13:06)
ความคิดเห็นที่ 13
ขอบคุนที่ได้เปิดเจอเปิดอ่านเรื่องราวของหลายๆคน ทำให้คิดได้อยากเลิกแล้วจะเลิกให้ได้ ยาอี ยาเค ไหล์ยาเมาต่างๆพอแล้วชีวิตนี้ เริ่มเล่นลองต้องแต่อายุ17จนถึงตอนนี้21จะย่างเข้า22 เจอเหตุการ ซึมเศร้าคิดมากนอนร้องไห้ จิตตก เรื่องเล็กน้อยก้อเก็บมาคิดมาก ซึมเศร้าตลอดเวลาชอบนอนร้องไห้ขี้กลัว กลัวแทบทุกอย่างจิตก้อตกมากๆวิตกกังวันกับทุกเรื่อง ไม่มีความสุขในชีวิตเลย อยากเลิกแล้วไม่อยากยุ่งกะมันอีกแล้ว เสียเวลาให้มันมาม่กพอแล้วเสียเงินเสียทองให้มันมามากพอแล้วความสุขแค่ชัวคราวทำให้ชีวิตพังมาหลายครั้ง ล่าสุดไม่กี่วันนี้ไปเที่ยวผับอมไฟล์ขับรถกับไม่รู้เรื่องขับไปชนรถที่แข็งมากๆรถเค้าไม่เป็นอะไร รถเรายัยเลยประกันหมดอีกได้แผลที่หน้าอกที่คอ แผลฉ่ำทลอกดีที่ไม่ตายไม่โดนตำรวจจับเพราะมีพี่คนนึงช่วยไว้หารถรากรถเรากลับอู่ไปเจรจากะรถที่ชนได้เค้าไม่เอาเรื่อง แต่ที่เสียใจที่สุดคือต้องเสียค่าซ้อมรถเองอีก5-6หมื่นเจ็บตัวอีกรู้สึกแย่มากสงสารแฟนต้องหาเงินซ้อมรถเอง เราจิตตกรู้สึกแย่ต้องนอนร้องไห้ทุกคืนนั่งเชยก้ออยากจะร้องน้ำตาจะไหลเองตลอดเวลาคิดไรก้อเศร้าไปหมดเลย พอได้มาอ่านเจอที่พี่ๆเล่าประสบการณ์หนูคิดได้เยอะเลยคะ ขอบคุนมากๆนะคะหนูจะตั้งใจเลิกทุกอย่างให้ได้ จะต้องทำให้ได้คะเสียเวลากะสิ่งไม่ดีมามากพอแล้ว แล้วก้อเสียเงินให้มันมากพอแล้วเสียสุขภาพให้มันมากพอแล้ว เก็บตังไว้หาความสุขที่แท้จริงดีฟ่าคะ ควรรักและสนใจครอบครัวอย่างจริงจังบ้างได้แล้วหมกมุ่นอยู่กะสิ่งไม่ดีมานานเกินไปแล้วจริงๆ
By : Mmmm  email  (11/10/2560 03:18:26)
Total: 13:               
 
    
เสนอความคิดเห็น
รายละเอียด : *
รูปภาพ :
(นามสกุลไฟล์ควรเป็น [ jpg , jpeg , gif ] และไฟล์ไม่เกิน 100 Kb)
ชื่อ : *
อีเมล์ :
* กรุณากรอกตัวอักษรและตัวเลขให้ถูกต้อง