พุทธธรรมสงฆ์ เว็บไซต์ kasinung.com เป็นเว็บไซด์  ธรรมะ,  สอนธรรมะ, ฟังธรรม, ฟังธรรมะ, เรียนธรรมะ, ปฏิบัติธรรม !! การเข้าถึง..พระรัตนตรัย..พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นสรณะ..  ต่อจากนี้ไป!! ท่านสามารถติดตามข่าวสารและคำสอน..หรือคุยเรื่องปัญหาชีวิต..ในข้อธรรมะที่จะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับชีวิตของท่านเอง...โดย " อาจารย์ อ.กสินัง " ได้จาก " ห้องธรรมะ " (เว็บบอร์ด) ค่ะ!!..และท่านที่ต้องการหนังสือการปฎิบัติกรรมฐานเบื้องต้น  (แจกเพื่อเป็นธรรมทาน).... ท่านสามารถแจ้ง.ชื่อและที่อยู่ติดต่อได้ที่.." ห้องธรรมะ " หรือ โทร. 089-1161231, Fax. 02-4159527 ค่ะ!! 

บทความ
เราได้อะไรจากการฟังธรรม??? (อ่าน 4611/ตอบ 0)

เราได้อะไรจากการฟังธรรม???

สอนโดย.... ท่านอาจารย์ อ กสินัง

*******************************************************

ลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ทุกคน เมื่อแรกเริ่มเข้ามาหาท่านอาจารย์นั้น ท่านอาจารย์มักจะวางและกำหนดหลักการสามข้อให้พวกเรายึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ ที่เรียกว่า “บัญญัติสามประการ” อันได้แก่

 

ข้อหนึ่ง              ไหว้พระ สวดมนต์เป็นฌาน            อย่าให้ขาด!
ข้อสอง               ฟังธรรม (เดือนละสองครั้ง)            อย่าให้ขาด!
ข้อสาม              ทำบุญ (เดือนละครั้ง)                    อย่าให้ขาด!

และในโอกาสนี้ ผมจึงใคร่ขอสรุปใจความสำคัญและขอน้อมนำคำสอนของท่านอาจารย์บางส่วนของธรรมะที่ท่านอาจารย์สอนเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๓ เพื่อนำมาเผยแพร่แก่ผู้ที่สนใจใฝ่ธรรมได้มีโอกาสเรียนรู้...โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้.

...

การฟังธรรม หมายถึง การฟังความเป็นจริง ถ้าเราทุกคนรู้ความเป็นจริงว่า สิ่งไหนดี สิ่งไหนชั่ว สิ่งไหนก่อความสุข สิ่งไหนก่อความทุกข์ เราก็สามารถเลือกหาความสุขที่แท้จริงให้กับชีวิตของเราได้

 

ทุกวันนี้ที่เรามีความทุกข์ หาความสุขที่แท้จริงไม่ได้ ก็เพราะ “ความไม่รู้” หรือที่ภาษาพระท่านเรียกว่า “อวิชชา”

 

“ทำอะไรที่ไม่รู้ ย่อมที่จะก่อทุกข์ก่อโทษให้กับชีวิตของบุคคลนั้นตลอด”

 

 เพราะฉะนั้น คนทุกคนจึงต้องเรียนรู้ มองหาความเป็นจริงให้พบ ชีวิตของเราจึงจะพ้นทุกข์ได้

 

การฟังธรรม เป็นการฟังความเป็นจริง จากที่เราไม่รู้ ทำให้เรารู้ความเป็นจริง เราฟังธรรมเรื่อยๆ เราก็จะรู้ความเป็นจริงมากขึ้นเรื่อยๆ โอกาสที่เราจะคิด พูด และทำผิดพลาด ก็จะน้อยลง เพราะ “เรารู้มากขึ้น” แต่ถ้าเราฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง เราก็จะรู้ความเป็นจริงน้อยเกินไป อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา เราตัดสินใจไม่ได้ ตัดสินใจผิด ความทุกข์ยากลำบาก ความเศร้าโศกเสียใจก็จะเกิดขึ้น....

 

ชีวิตเราที่ย่ำแย่ ไม่ใช่คนอื่นมาทำร้ายเรา แต่เป็นเพราะ..

 

Ø    เราเป็นคนเข้าไปหาเอง

Ø    เราอ้างว่า เพราะคนชั่วทำร้ายเรา

Ø    แต่...ทำไมเราไม่คิดกลับกันว่า เราเป็นคนเปิดประตูชีวิตให้คนชั่วเข้ามาหาเรา

Ø    เรานี่แหละเป็นคนเชื้อเชิญให้คนชั่วเข้ามาหาเราเอง

Ø    แล้วเราก็จะมาตะโกนด่าว่าเขาว่า เขาทำให้ชีวิตเราเป็นแบบนี้???...

คนธรรมะ จะมองเข้าที่ตัว ไม่มองคนอื่น

ถ้าเรารู้ความเป็นจริง เราสามารถแยกแยะได้ เรามองออกหมดว่า ใครดี ใครไม่ดี เราปิดประตูไม่ให้คนชั่วเข้ามาหาเราได้ เราเลือกเปิดให้คนดีเข้ามาหาเราได้ นี่คือ..สิ่งที่เราต้องเรียนรู้ ฟังธรรม อย่าให้ขาด!

 

คนที่เกิดมามีโอกาสฟังธรรม แล้วไม่ใส่ใจ ก็ไม่ต่างอะไรจากสัตว์เดรัจฉาน

 

เพราะ สัตว์เดรัจฉานมันไม่เคยฟัง มันไม่เคยรับรู้ และมันก็รับรู้ไม่ได้ด้วย.. เป็นคนที่ไม่สนใจฟังความเป็นจริง ชีวิตก็จะถูกหลอกอยู่ร่ำไป...

เราบ่นว่า.. “ชีวิตเราไม่เคยได้รับแต่สิ่งดีๆ” เราเคยสอนตัวเองให้ทำดีหรือไม่ เมื่อไม่มี ก็มีแต่เปิดใจรับแต่สิ่งที่ไม่ดีเข้ามาในชีวิตเรา เราจึงทุกข์และเดือดร้อนอยู่เสมอ...

 

ถ้าเราขาดการฟังธรรม (ซึ่งเดือนหนึ่งๆ มีแค่สองครั้ง) บางคนดิ้นรนอยากจะเข้ามาฟังธรรม แต่...หาทางไม่เจอ ไม่มีโอกาส เราโชคดี เรามีกัลยาณมิตร มีญาติพี่น้องที่เขาได้มาปฏิบัติก่อนแล้ว เขารักและสงสาร มีความปรารถนาดีต่อเรา ชักชวนเรา เราจึงมีโอกาสเข้ามาฟังธรรมที่สถานธรรมฯ แห่งนี้

 

ที่นี่สอนธรรมะ ไม่เหมือนที่อื่น ไม่เอาภาษาธรรมมาสอน เอา “ภาษาความเป็นจริง” มาสอน ดังนั้น อย่าขาด! ฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง อย่ามาเลย เปรียบเสมือนกับการเรียนหนังสือ เราไปเรียนบ้าง ไม่ไปบ้าง เวลาสอบไม่ได้ เราไม่เคยโทษตัวเอง กลับโทษครูสอนไม่ดี ตัวเราเองเอาแต่เที่ยว ใช้ชีวิตที่ไร้สาระ แล้วเราจะได้อะไร นี่คือ ความเป็นจริง...

 

ทุกคนต้องเรียนรู้ว่า เราสมควรใช้ชีวิตแบบไหน ชีวิตจึงจะดี ไม่ใช่..รอบุญวาสนา!!!

 

เราประพฤติปฏิบัติแบบไหน เราก็จะได้ชีวิตแบบนั้น.. เราประพฤติปฏิบัติในทางไม่ดี สนองกิเลส ชีวิตเราก็จะเศร้าหมอง กิเลสไม่เคยทำให้ใครสดใส ใจสบาย มีแต่ทำให้เดือดร้อน ตามใจอยาก ก็จะก่อทุกข์ก่อโทษให้ ไม่มีที่สิ้นสุด...

 

การฟังธรรม อย่าให้ขาด จึงมีประโยชน์  เพราะ เราฟังแต่ละครั้ง เราก็จะได้ความเป็นจริงที่ครูบาอาจารย์เล่าและนำมาสอนเรานั่นเอง...

 

*******************************************************

ธรรมะ แปลว่า ความเป็นจริง
คนที่เบื่อหน่ายธรรมะ คือ คนที่เบื่อหน่ายความเป็นจริง แล้วเราจะใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้ได้อย่างไร
ในเมื่อชีวิตเราต้องอยู่กับความเป็นจริง......

อ กสินัง*******************************************************