พุทธธรรมสงฆ์ เว็บไซต์ kasinung.com เป็นเว็บไซด์  ธรรมะ,  สอนธรรมะ, ฟังธรรม, ฟังธรรมะ, เรียนธรรมะ, ปฏิบัติธรรม !! การเข้าถึง..พระรัตนตรัย..พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นสรณะ..  ต่อจากนี้ไป!! ท่านสามารถติดตามข่าวสารและคำสอน..หรือคุยเรื่องปัญหาชีวิต..ในข้อธรรมะที่จะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับชีวิตของท่านเอง...โดย " อาจารย์ อ.กสินัง " ได้จาก " ห้องธรรมะ " (เว็บบอร์ด) ค่ะ!!..และท่านที่ต้องการหนังสือการปฎิบัติกรรมฐานเบื้องต้น  (แจกเพื่อเป็นธรรมทาน).... ท่านสามารถแจ้ง.ชื่อและที่อยู่ติดต่อได้ที่.." ห้องธรรมะ " หรือ โทร. 089-1161231, Fax. 02-4159527 ค่ะ!! 

บทความ
“นักปฏิบัติพระกรรมฐาน ควรจะรู้อะไรบ้าง” (อ่าน 3751/ตอบ 0)

สรุปพระธรรมเทศนา เรื่อง “นักปฏิบัติพระกรรมฐาน ควรจะรู้อะไรบ้าง”

ตอน... กรรมฐานที่ถูกต้อง

วันเสาร์ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๓

                                                                        สอนโดย....ท่านอาจารย์ อ กสินัง

***********************************************************

วันนี้ กลุ่มกรรมฐานวันเสาร์ได้นำพวงมาลัยมาเพื่อขอกราบระลึกบูชาถึงพระคุณของท่านอาจารย์ อ กสินัง ที่ได้เมตตาสอนธรรมะ และพระกรรมฐานให้ ซึ่งท่านอาจารย์ได้ให้โอวาทว่า... 

“อาจารย์ขออนุโมทนาที่ท่านทั้งหลายได้น้อมรำลึกบูชาเนื่องในวันพ่อ  ขอความดีที่อาจารย์ได้บำเพ็ญมามีทานบารมี ศีลบารมี เนกขัมมะบารมี ปัญญาบารมี และ ทาน ศีล ภาวนาที่พวกเราได้บำเพ็ญมาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน ผลบุญใดที่จะพึงมี อาจารย์ขอน้อมบูชาถวายแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอพระองค์จงทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญของชาวไทยทุกๆ คน”

 วันนี้ อาจารย์ขอให้พวกเราตั้งใจฟังในสิ่งที่อาจารย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่อง….. “การประพฤติปฏิบัติพระกรรมฐาน” ต่อ….

 กรรมฐาน เป็นของวิเศษอย่างยิ่ง น้อยคนนักที่จะเข้าใจ…..

 ลูกศิษย์ของท่านอาจารย์คนหนึ่ง เป็นผู้หญิง อายุประมาณ ๕๐ ปี เธอได้มาปลงธรรมสังเวชที่ตัวเองได้ “หลงผิด” ในเรื่องของโลภ โกรธ หลง จึงมากราบขอขมาท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์บอก ไม่ใช่การทำความผิดต่อครูบาอาจารย์ แต่เป็นความผิดที่เรายังไม่ยอมหลุดพ้นจากกิเลสตัณหา กิเลสตัณหาพาให้เราทุกข์ เศร้าหมอง หาความสุขที่แท้จริงไม่ได้!

 เธอยังได้พูดถึงการเข้ากรรมฐานในช่วง ๔-๕ วันที่ผ่านมา ไม่เหมือน “การฟังธรรม” ที่เธอฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง ไม่ค่อยเห็นสักเท่าใด แต่พอมาเข้ากรรมฐาน (ปฏิเวธ) ทำให้เธอมองเห็นความผิดของตนเองที่ผ่านมา

 “การที่ใครก็ตามปลงธรรมสังเวช ในความผิดของตนเอง” นั่นคือ... อารมณ์ของพระอริยะมรรค พระอริยะผล

“เมื่อใดก็ตามที่เรากำหนดรู้ลมหายใจเข้า-ออก หายใจเข้า เรารู้ หายใจออก เรารู้ เรารู้จนกระทั่งความผิดของเรา ไม่ว่ากาย วาจา ใจ แล้วเรารู้สึกสลดเบื่อหน่าย ปลงธรรมสังเวช นั่นแสดงว่า พวกเราได้เข้าสู่เส้นทางพระนิพพานแล้ว”

 คนที่เห็นความผิด แล้วอยากออกจากความผิดนั้น เปรียบเสมือนการที่เราเอาของสกปรกออกไปจากใจเรา จึงเหลือแต่ “ใจที่สะอาด วิสุทธิ” เท่านั้น

หลักธรรมที่แท้จริงนั้น คนดี คือ คนที่มองหาความผิดของตนเอง คนที่จะเข้าถึงความดีได้นั้น จึงต้องเฝ้ามองหาความผิดของตนเอง แล้วล้างออกไป

ความไม่ดี เกิดจาก กิเลส ตัณหา อุปาทาน บางคนรู้ว่า กิเลสตัณหาทำให้เกิดอกุศลกรรม แต่เราก็ยังก่อกรรมทำเข็ญอยู่

ถามว่า “ทำไม”.... เพราะ “ความไม่รู้”

ความไม่รู้ เป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับคนที่เกิดมาในโลกนี้ เพราะถ้าไม่รู้ แล้วเราทำอย่างนั้น ก็จะก่อความทุกข์ ความเดือดร้อนให้แก่ตนเองเสมอ นี่คือ... หนทางแห่งการพ้นทุกข์ในเบื้องต้น หรือคือการดับเหตุเบื้องต้นที่ตรงนี้

สาเหตุที่เราทุกข์นั้น เกิดจาก “ใจ” ดวงเดียวเท่านั้น

ถ้าใจมีความอยากมากๆ ก็จะก่อเหตุก่อภัยให้ ไม่ว่า...อยากในกาม อยากในสิ่งของ อยากได้นั่น อยากได้นี่ อยากมาก ก็จะทำให้กาย วาจา มโนทุจริต จากคนที่ไม่เคยทำบาป พอมีความอยากเกิดขึ้น บาปก็เกิดขึ้น บางคนทั้งๆ ที่รู้ แต่...ก็ยังไม่สามารถนำพาชีวิตของตนเองเดินทางไปในเส้นทางที่ดีได้

พวกเรามีโอกาสกว่าคนอื่นมาก เพราะเราได้ยินได้ฟังเรื่อง “สัมมาทิฐิ” และ “มิจฉาทิฐิ” มาก เราถูกสอนให้เห็นความเป็นจริงในผิด-ชอบ ชั่ว-ดี บาป-บุญ คุณ-โทษ.... อาจารย์อธิบายเยอะมาก

อย่าหลงผิด คิดว่า การทำสมาธิ จะทำให้เราเป็นคนดีได้ พระพุทธองค์ทรงสอนให้คนทำสมาธิเพื่ออะไร ในครั้งพุทธกาล มีคนทำสมาธิมาก เช่น ฤาษี ชีไพร แต่...ก็มองไม่เห็นความเป็นจริงว่า... “ชีวิตเกิดมาเพื่ออะไร”

พระพุทธเจ้าทรงสอนให้คนทำสมาธิ เพื่อดึงให้จิตอยู่กับตัว จะเห็นความผิด เห็นกิเลสตัณหาที่มีอยู่ในจิตใจของตนเอง

“ฟังธรรม เหมือนไม่ได้อะไร ทั้งๆ ที่ครูบาอาจารย์สอนอธิบายชัดเจน” แต่...พอเธอมาทำสมาธิ เดินจงกลม ตามที่อาจารย์แนะนำ วนเวียนอยู่ทุกวัน ความสงบและสมาธิที่เธอได้ เมื่อนำมาพิจารณาหาความผิดของตัวเอง จิตสงบ จึงจะมองเห็นบาปที่มีอยู่ในกาย วาจา ใจของตนเองได้ ดังนั้น การเจริญพระกรรมฐาน เราจึงต้องใช้สติปัญญาคิดพิจารณาและ...การทำสมาธิ พระพุทธเจ้าต้องการให้เราเห็นความเป็นจริง นั่นคือ มรรค ผล พระนิพพาน ที่อยู่ในจิตใจเรา... มรรค ผล พระนิพพาน ไม่ได้อยู่บนฟ้า ในดิน ถ้าเราเจริญมรรค มรรคก็อยู่ในจิตใจเรา และด้วยความตั้งมั่น พระอริยะผลก็จะเกิดขึ้น พระนิพพาน วิมุติหรือความหลุดพ้นก็อยู่ที่จิตของเรา

คนปฏิบัติธรรมในเวลานี้ “หลงทาง” กันมาก เพราะ... ไม่ได้เป็นไปเพื่อคลายความกำหนัด แต่... กลับสะสมความอยากมากขึ้น อยากรวย อยากเด่น จึงไม่ต้องพูดถึงเรื่องมรรค ผล พระนิพพาน

ผู้หญิงคนหนึ่ง ทำสมาธิผิด โดยคิดว่า เธอเห็นพระนิพพาน ถ้าเป็นคนหลงผิด นิพพานที่เห็น ก็เป็นนิพพานของคนหลงผิด

คนที่บอกตัวเองว่า “รู้จักพระนิพพาน” ต้องถามตัวเองว่า รู้แจ้งเห็นจริงในศีลหรือยัง? ศีลบริสุทธิ์เป็นแบบไหน? สมาธิ รู้แจ้งเห็นจริงหรือยัง? เข้าถึงหรือยัง? ความสงบ ถ้ายังเข้าไม่ถึง พูดทำไมเรื่อง “พระนิพพาน” เห็นกองสังขารหรือยัง?

เต่าเห็นความเป็นจริงบนบกทั้งหมด ถึงแม้ว่าเต่าจะนำมาอธิบายให้ปลาฟังสักเท่าไดก็ตาม ใช่ว่า...ปลาจะฟัง ปลาไม่คิดขึ้นบก!!!

เหมือนคนที่ตั้งใจเข้าพระนิพพาน แต่...ก็ไม่เคยตั้งใจหลุดพ้นจาก “นิวรณ์ ๕” ศีลไม่เคยรักษา จิตใจไม่สงบ ความคิดอ่านไม่เคยพิจารณาหาความเป็นจริง แล้วจะเข้าพระนิพพานได้อย่างไร?

เรื่องพระนิพพาน ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

อาจารย์ดีใจที่ผู้ประพฤติปฏิบัติทำตามที่อาจารย์สอน... มรรค ผล พระนิพพาน จึงไม่ยากอย่างที่คิด! ถ้าตั้งใจปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอน... คนที่พูดแบบนี้ แสดงว่า เขาต้องมองเห็นอะไร?

การปิดอบายภูมิให้ได้นั้น เขาต้องมองเห็นความผิดของตนเอง มองด้วยสมาธิ มองด้วยความสงบว่า  สิ่งที่เราทำอยู่นี้ มีสิ่งใดที่ไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงบ้าง

คนพูดเท่าได ก็ไม่ฟัง! คนชั่วช้าเลวทรามไม่ยอมรับฟัง! ครูบาอาจารย์อธิบาย ไม่สนใจ! เพราะคิดว่า ตนเองดีแล้ว กิเลสตัณหาหมดหรือยัง? ถ้ายังมีกิเลสอยู่ ยังมีความอยากอยู่ ยังมีความยินดี ยินร้าย ตาที่เห็น หูที่ได้ยิน จมูกที่ได้กลิ่น ลิ้นที่รับรส สัมผัสทำอารมณ์ ในสิ่งที่ไม่พอใจ เกิดอารมณ์ปฏิฆะ  แล้วเราจะเอาตรงไหนเข้าพระนิพพาน?

คนที่เข้าถึง ไม่ใช่ เขาล้างบาปเขาได้ แต่...เขามั่นใจได้ว่า เส้นทางที่เขาทำเข้าสู่มรรค ผล พระนิพพาน แน่นอน คนที่มีอารมณ์แบบนี้ นี่คือ... อารมณ์ของพระโสดาบัน แต่ถ้ายังเข้าไม่ถึง อารมณ์พระนิพพานจะไม่รู้จักเลย

“เราต้องสอนใจตัวเองว่า เมื่อยอมรับอาจารย์เป็นอาจารย์แล้ว เมื่ออาจารย์สอนอะไร มีหน้าที่ฟัง จดจำตรงนั้น ตั้งใจนำไปประพฤติปฏิบัติตาม นี่คือ...สิ่งที่จะพิสูจน์ว่า “ครูของเรา คำสอนของท่านเป็นความจริงหรือไม่?”

ถ้าเราเชื่อครูบาอาจารย์โดยไร้เหตุผล เราก็จะตกเป็นเหยื่อของคนไม่ดี ความศรัทธาก็จะลดลง จนกระทั่งเราไม่มีความรู้สึกอยากปฏิบัติอีกเลย!!!

แต่...ถ้าเราตั้งใจประพฤติปฏิบัติตามที่ครูบาอาจารย์สอน เมื่อจิตสงบเห็นความเป็นจริง เราก็จะรู้แจ้งเห็นจริงในเส้นทางพ้นทุกข์ว่า จะต้องเจริญพระกรรมฐานแบบนี้ เส้นทางอื่นไม่มี.....

***********************************************************

                                                            สรุปคำสอนและเรียบเรียงโดย  .... หมอเล็ก

                                                                            วันเสาร์ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๓